Powered By Blogger

Tuesday, 6 May 2014

ทุ่งดอกสีฟ้า Nemophila ที่ Hitachi Seaside Park


ช่วงหยุดยาว Golden week ของญี่ปุ่นถือเป็นช่วงที่จะได้ออกเดินทางไปเที่ยวชมความงามของญี่ปุ่น

พอดีมีน้องๆ จะไปชมดอกไม้ที่สวน Hitachi Seaside Park ที่จังหวัด Ibaraki ก็เลยติดสอยห้อยตามเค้าไปด้วย

การเดินทางสามารถเดินทางโดยรถไฟจากโสถานี Ueno สาย JR Joban Line ไปลงที่สถานี Katsuta พอมาถึงก็จะเห็นป้ายชี้บอกทางอย่างชัดเจนเลยค่ะ (ลืมถ่ายรูปมาต้องขออภัยด้วยนะคะ) 

จากนั้นก็นั่งรถบัสไปลงที่สวน Hitachi ถ้าไม่รู้ว่าลงป้ายไหนก็สังเกตง่ายๆ ค่ะคือป้ายที่มีคนลงเยอะๆ (ถ้าเป็นช่วงชมดอกไม้นะคะ) ค่าโดยสารถ้าจำไม่ผิดประมาณ 400 เยน หรือจะใช้บริการแท็กซี่ก็ได้นะคะบอกคนขับว่าไป Hitachi kaihin Koen ก็ได้ค่ะ ประมาณ 2,000 กว่าเยนค่ะ 

เมื่อมาถึงสวนแล้วก็เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่งชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นแต่ส่วนใหญ่เป็นคนญีปุ่นค่ะกำลังรอต่อคิวซื้อบัตรเข้าสมสวนค่ะ ค่าเข้าชมถ้าเป็นผู้ใหญ่คนละ 410 เยน ราคาบัตรของเด็ก 80 เยน เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เข้าฟรี

ประตูทางเข้าสวน
ที่จำหน่ายบัตรเข้าสวน

เครื่องขายบัตรเข้าสวนอัตโนมัติสามารถซื้อบัตรเข้าสวนได้มากกว่าครั้งละหนึ่งใบสูงสุด 4 ใบ
ได้ตั๋วมาแล้วก็เข้าส่วนได้แล้วทีนี้
ในสวนมีจักรยานให้เช่าด้วย 3 ชั่วโมง 300 เยน เศษชั่วโมงคิด 50 เยน แต่วันที่ไปไม่ได้เช่าเพราะว่าต้องรอคิวนานเลยตัดสินใจเดินแทนค่ะ

ในสวนมีทางปั่นเล่นด้วย
พื้นที่ในสวนกว้างมากมีต้นไม้นานาชนิดให้ชมกัน
พอเข้ามาในสวนแล้วเราก็จะพบแปลงดอกไม้นานาชนิดซึ่งสวนใหญ่ก็โรยหมดแล้ว เช่น ดอก narcissus rapeseed ระหว่างทางเข้าสวนก็มีต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย เรามาดูไฮไลท์ของสวนนี้ในช่วงนี้กันดีกว่า นั่นก็คือ ดอก Nemophila
ดอกไม้สีเหลืองด้านหน้าคือ rapeseed
มองจากไกลเนินเล็กๆ เหมือนภูเขาย่อมๆ ที่เป็นสีฟ้าไปทั้งลูกมองดูแล้วสวยมากกกกก
ต้นไม้ต้นนี้เป็นเหมือนกับไฮไลท์ของที่นี่ก็ได้เพราะว่าไม่ว่าใครที่มาก็ต้องแวะมาถ่ายภาพต้นนี้

จากบนเนินมองลงมาก็น่าตกใจเพราะว่าคนเยอะมาก แต่ก็ไม่ทำให้ความสวยของดอกไม้ลดลงไปเลย
Nemophila ดูใกล้ๆ ก็หน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะ 
ก่อนเดินขึ้นไปบนเนินดอกไม้มองไปทางซ้ายมือก็จะเห็นบ้านแบบญี่ปุ่นสมัยก่อน ภายในก็จัดแสดงความเป็นอยู่ของชาวญีปุ่นสมัยก่อน

ในบ้านก็มีทั้งส่วนที่โถงโล่งเอาไว้รับแขกได้ และรับประทานอาหารร่วมกันของคนในครอบครัวที่ยกสูงจากพื้นดิน ส่วนด้านล่างก็เป็นครัวที่มีเตาสำหรับทำกับข้าว และมีครกตำข้าวและโม่หินซึ่งๆ คล้ายๆ กับบ้านเราเลย

จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ เพื่อจะไปหาดอกไม้ชนิดอื่นอีกปรากฎว่ากำลังอยู่ระหว่างปรับปรุง ระหว่างทางก็เห็นสนามสำหรับปั่นจักรยานจะเรียกว่าจักรยานวิบากก็ว่าได้ นอกจากนี้ก็มีสนามกอล์ฟขนาดเล็กให้เด็กๆ ได้ลองตีกัน 

สวนนี้นอกจากจะมีดอกไม้ให้ชื่นชมกันแล้วยังมีสวนสนุกย่อมๆ ให้เด็กๆ ได้เล่นกันอีกด้วย แต่ก็ดูไม่อันตรายมากนัก


หลังจากชมเครื่องเล่นก็ถึงเวลาที่จะกลับบ้านสักทีระหว่างทางที่เดินไปประตูทางออกเราก็พบกวนสวนทิวลิปซึ่งสวยมาก ขนาดว่าอากาศอุ่นขึ้นมากแล้วและกลีบดอกก็เหี่ยว





เป็นอันว่าจบทริปเดินชมดอกไม้ในเวลา 4 ชั่วโมงโดยประมาณขากลับก็ขึ้นรถบัสกลับไปสถานีรถไฟ แล้วนั่ง JR Joban Line เหมือนเดิมค่ะ แต่ขากลับรถแอบติดนานมากเป็นชั่วโมงยืนบนรถจนเหนื่อยเลย ถึงเเม้จะเหนื่อยแต่ก็สนุกค่ะ

ปล. สวนนี้ในส่วนของดอกไม้ที่เป็นไฮไลท์บนเนินจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลานะคะสามารถศึกษารายละเอียดได้จากลิงค์นี้นะคะ http://j-parc.jp/uo/page_eng/life/Hitachi_Kaihin_Koen_National_Park_e.pdf



Monday, 5 May 2014

ชมดอกอาซาเลีย (Azalea Festival, Nezu shrine, Tokyo, Japan)

เข้าฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นดอกไม้นานาชนิดเริ่มผลิดอกบานหนึงในนั้นคือ อาซาเลีย (Azalea) หรือที่รู้จักกันในชื่อ กุหลาบพันปีนั่นเอง หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าดอก สึสึจิ

วันนี้ได้มีโอกาสไปศาลเจ้าเนสึ (Nezu Shrine) ในโตเกียวซึ่งโชคดีที่ทางศาลเจ้ากำลังมีเทศกาลดอกอาซาเลีย หรือ Azalea Festival หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Tsutsuji Matsuri พอดีเลยก็เลยได้โอกาสชมความงามของดอกสึสีจิพอดี

  ซุ้มประตูนี้หรือ Karamon มีความสวยงามมากและเป็น 1 ใน 3 ของซุ้มประตูที่ไม่โดนระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 

เดินผ่านซุ้มประตูนี้ไปเราก็จะเห็นศาลเจ้าด้านในที่มีคนต่อแถวรอสักการะเทพเจ้าอยู่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดีนะคะ ไม่ว่าไปที่ไหนเราก็จะเห็นชาวญีปุ่นต่อแถวกับการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การรอถ่ายรูป การซื้อของ และการเข้าแถวรอสักการะศาลเจ้า เป็นต้น



เสร็จจากตรงนี้ก็เเดินออกไปชมสวนกุหลาบพันปี ซึ่งคนญีปุ่นเรียกว่า ดอกสึสึจิ กันนะคะ พื้นที่ที่ปลูกดอกสึสึจินี้มีดอกสึสึจิประมาณ 3,000 ต้นเลยนะคะ แล้วก็สีสันสวยงามมาก

ก่อนเข้าไปข้างในก็ต้องซื้อตั๋วก่อนนะคะ 200 เยนค่ะ
จากนั้นก็เข้ามาดูข้างในสวนกันเลยนะคะ


ที่วัดก็ปลูกดอกสึสึจิไว้เป็นเนินก็ทำให้สามารถมองเห็นดอกเป็นทิวทุ่งสวยงามเมื่อขึ้นไปบนเนินมองลงมาก็จะเห็นซุ้มประตูสวยงามเลยที่เดียวค่ะ
 ที่นี่มีดอกสึสึจิจำนวนหลายชนิดเลยนะคะประมาณ 100 ชนิดก็ว่าได้ บางชนิดก็เป็นพันธุ์ที่หายาก และเป็นพันธุ์ที่ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่ก็มี






การเดินทางไปศาลเจ้าเนสึนี้ก็ไปไม่อยากค่ะ
สามารถนั่งรถไฟได้ 3 สาย
1. Chiyoda ลงสถานี Nezu เดินต่อประมาณ 5 นาที
2. Oedo ลงสถานี Todaimae เดินต่อประมาณ 5 นาที
3. Hakusan ลงสถานี Hakusan เดินต่อประมาณ 10 นาที

ถ้าเป็นช่วงเทศกาลดอกสึสึจิจะมีป้ายบอกไปตลอดทางปีนี้งานจัดขึ้นในวันที่ 5 เมษายน-6 พฤษภาคม 2557 ค่ะ
จริงๆ แล้วช่วงที่มีการจัดงานจะมีการขายอาหารกันเยอะแยะเลย คล้ายๆ กับงานวัดบ้านเรา แต่พอดีว่าไปตอนบ่ายเค้าเก็บของปิดร้านไปกันเกือบหมดแล้ว น่าเสียดายที่ไม่ได้ชิมทาโกะยากิ ยากิโซบะ และอื่นของงานวัดเลย