ก่อนจะไปพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิเรามารู้จักฟูจิเบื้องต้นก่อนละกันนะคะ ฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นความสูง 3,776 เมตร ด้วยความสูงนี้จึงทำให้หลายพื้นที่ในญี่ปุ่นสามารถมองเห็นฟูจิได้ ฟูจิจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นอย่างหนึ่งก็ว่าได้ อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้วยนะคะ ฟูจิมีอาณาบริเวณครอบคลุม 2 จังหวัด คือ ชิซูโอกะ และยามานาชิค่ะ
หลายๆ ท่านก็คงได้มีโอกาสไปเห็นฟูจิซังจากไกล จากรูปภาพ หรือหลายท่านอาจได้มีโอกาสไปเยือนฟูจิซังชั้น 5 ซึ่งพูดได้เลยว่าการดูฟูจิซังระยะใกล้นั้นช่างไม่สวยเอาซะเลย เพราะว่าบริเวณยอดนั้นเป็นเขาหัวโล้นเต็มไปด้วยหินภูเขาไฟ
ช่วงเวลาที่เปิดให้ขึ้นไปบนยอดเขาฟูจิจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมไปจนถึงกลางเดือนกันยายนขึ้นกับเส้นทางที่จะเดินขึ้นนะคะ ซึ่งมีทั้งหมด 4 เส้นทางด้วยกันตามนี้นะคะ
1. Yoshida Trail Head : Fuji-Subaru Line 5th Station
2. Subashiri Trail Head : Subashiri Trail 5th Station
3. Gotemba Trail Head : Gotemba Trail New 5th Station
4. Fujinomiya Trail Head : Fujinomiya Trail 5th Station
2. Subashiri Trail Head : Subashiri Trail 5th Station
3. Gotemba Trail Head : Gotemba Trail New 5th Station
4. Fujinomiya Trail Head : Fujinomiya Trail 5th Station
แต่ละเส้นทางจะมีการกำหนดสีตามนี้นะคะ ดูจากระยะทางที่เดินแล้วเหมือนจะไม่ไกล แต่การเดินทางขึ้นไปบนยอดนั้นก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ในการขึ้นส่วน 4 ชั่วโมงในการเดินทางลง เรามาดูภาพกันเลยละกันนะคะ
ภาพฟูจิซังจากระยะไกล (Mt. Fuji)
บรรยากาศฟูจิซังชั้น 5 มีผู้คนมากมายกำลังรอที่กำลังจะปีนขึ้น แต่ก็มีหลายคนที่กำลังพักหลังจากลงมาจากข้างบน (Fuji station 5)
ก่อนออกเดินทางก็ไปไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าก่อนด้วยค่ะ จากนั้นก็ออกเดินทาง
ก่อนการเดินทางนั้นจริงๆ แล้วเราควรมีการปรับสภาพร่างกายของเราที่บริเวณชั้น 5 ก่อนประมาณ 1 ขั่วโมงก่อนจะเริ่มปีน
เร่ิมเดินทางใหม่ๆ ดูแล้วไม่น่าเดินยากเลยใช่มั๊ยคะ (Shall we go?)
![]() |
![]() |
เส้นทางยังคงดูเดินง่ายๆ แต่ว่าก็เริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ
อุโมงค์คอนกรีต เพื่อไว้ใช้หลบภัยเวลามีโคลนถล่มหรือภัยธรรมชาติ
![]() |
| On the way with high slope |
ทางเริ่มชันมากขึ้นมากขึ้น ท้องฟ้าก็สวยด้วย พื้นทางเดินก็เป็นหินภูเขาไฟ เดินค่อนข้างลำบาก แต่นี่คือการเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีทางเดินที่น่าตื่นเต้นมากว่านี้ เรามาดูกันต่อเลยนะคะ
การเดินทางเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ เร่ิมมีการปีนป่ายหิน แต่นี่ยังถือว่าไม่ยากนะคะ แค่เร่ิมต้นเท่านั้น
เส้นทางที่เป็นหินแบบนี้ค่อนข้างยาวเลยทีเดียวนะคะ เหนื่อยมากๆ ถ้าจำไม่ผิดชั้นนี้น่าจะเป็นชั้น 7 อยู่นะคะ เป้าหมายของเราคือ ขั้น 8.5 เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากๆ
ระหว่างทางเราก็หยุดพักไปเรื่อยๆ นะคะ แต่การพักนานเกินไปนั้นก็ไม่ดีค่ะ เคาควรออกเดินทางในขณะที่ร่างกายของเรายังอุ่นอยู่ ถ้าเราพักนานอุณหภูมิของร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ เวลาเราเริ่มเดินทางอีกครั้งจะทำให้เราเหนื่อยค่ะ
เงาที่อยู่บนเมฆเป็นรูปสามเหลี่ยมนั่นคือเงาของฟูจินะคะระหว่างทางเราก็ชื่นชมความสามงามของเมฆไป
(Mt. Fuji's shadow)
เราใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงจากชั้น 5 จนถึงที่พักชึ้น 8.5 เมื่อไปถึงเค้าก็พาไปดูที่นอน แล้วก็เตรียมอาหารมาไว้ให้ (5 hr. from station 5 to station 8.5)
อาหารเย็นคือข้าวคาเรนั้นเองนะคะ แล้วก็ได้รับอาหารสำหรับมื้อเช้ามาด้วย
(Our dinner "Japanese curry", It was very tried. We could not eat toooo much)
นี่คืออาหารเช้า ซึ่งประกอบด้วย ข้าวสวย ปลาเเซลมอนย่าง ไส้กรอก ขนมจีบ และชาเขียวหนึ่งกล่อง
(Our breakfast)
ที่นอนของเรานั่นเอง พวกเรานอนในถุงนอนค่ะ อากาศข้างนอกหนาวมาก ประมาณ 8-9 องศา เราเข้านอนประมาณ 2 ทุ่มค่ะ แล้วต้องตื่นนอนตอนตี 1 เพื่อเดินทางต่อ ถามว่าคืนนั้นนอนหลับมั๊ยตอบเลยว่ารู้สึกตัวตื่นเป็นระยะๆ เพราะมีเสียงกรน บางครั้งก็รู้สึกหนาวมาก และร้อนมากๆ ร่วมกับอาการปวดหัวเพราะเราอยู่บนที่สูงก็จะทำให้มีอาการได้
(Our bed, Its about 8-9 degree)
พอตีหนึ่งครึ่งเราก็พร้อมออกเดินทาง พอออกมานอกกระท่อมที่เราพักก็ได้เห็นภาพสวยๆ เป็นเส้นขอบฟ้า ที่มีพระจันทร์ลอยอยู่เหนือเส้นขอบฟ้า ซึ่งมันเป็นภาพที่สวยมากๆ เลย ภาพด้านบนนี้ถ่ายหลังจากออกมาจากกระท่อมประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ เพราะตอนออกมาใหม่ถ่ายภาพไม่ได้เลยค่ะ ภาพออกมาไม่สวยเท่าไหร่ จากนั้นเราก็เริ่มออกเดินทาง
สิ่งที่เราเห็นคือ ผู้คนมากมายกำลังทะยอยเดินขึ้นสู่ยอดเขา ภาพนี้เป็นด้านหน้าของกระท่อมที่พวกเราพักกันค่ะ มองขึ้นไปด้านบนก็เห็นเป็นแสงไฟเป็นเส้นๆ ยาวเราเดินขึ้นไปได้สักพักใหญ่ๆ แล้วก็มองขึ้นไปข้างบน และมองลงมาข้างล่างก็ได้เห็นภาพที่น่าทึ่งมากๆ จากส่วนนี้ไปทางเดินในตอนแรกๆ จะเป็นพื้นเรียบธรรมดาค่ะ แต่หลังจากนั้นต้องปีนหินขึ้นไปอีกเป็นระยะทางค่อนข้างไกลเลยค่ะ
(start walking again 1.30 a.m.)
เราเห็นเเสงไฟที่มาจากไฟฉายที่แต่ละคนนำมานั่นเอง เราเดินมาอีกจนถึงตี 4 กว่าๆ ก็มาถึงยอดเขาเพื่อรอพระอาทิตย์ขี้น
ภาพนี้ใกล้ถึงยอดเขาแล้วค่ะ ยังยิ้มได้ แต่กัดฟันยิ้มนะคะ ฮ่าๆ
อากาศข้างบนหนาวมากๆ ค่ะ คนก็เยอะด้วย
และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง พระอาทิตย์ขึ้นสวยงามมากๆ ค่ะ เห็นแล้วหายเหนื่อย
จากนั้นเราก็เดินมาดูที่ปากปล่องกันค่ะ สีขาวๆ ที่เห็นนั่นก็คือ หิมะที่ยังหลงเหลืออยู่นะคะ สวนที่อยู่ถัดไปจากปากปล่องด้านหลังก็เป็นจุดที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นค่ะ หรือว่าที่เราเรียกว่าชั้น 10 นะคะ บนนั้นจะมีตู้รับจดหมายด้วยค่ะ ไว้ให้นักท่องเที่ยวนำโปสการ์ดไปหย่อนไว้ได้ด้วยค่ะ จากจุดชั้น 9 นี้เดินไปอีกประมาณ 40 นาทีก็ถึงค่ะ แต่เป็น 40 นาทีคนญีปุ่นนะคะ จากนั้นเราก็เตรียมตัวเดินทางลงค่ะ แวะถ่ายรูปเล็กน้อย
บนยอดผู้คนจะคึกคักมากนะคะ เพราะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก แล้วก็มีที่ให้เราพักด้วยนะคะ มีราเมนขาย มีอาหารขายด้วย
ถ่ายภาพกับพระอาทิตย์ค่ะ
นักปีนเขาจำนวนมากกำลังรอลงเขาค่ะ คนเยอะมากเลยนะคะ
หนาวรึเปล่าไม่รู้แต่ว่าน้ำเป็นน้ำเเข็งเลยค่ะ
ทีนี้ก็เป็นเวลาสำหรับการเดินลงแล้วนะคะ เป็นอะไรที่โหดมากๆ เพราะว่าเป็นทางลาดลงเข่าของเราต้องทำงานหนักมากๆ ค่ะ รับแรงกระแทกเยอะเลยค่ะ แถมระหว่าทางก็ยังลื่นกันได้ง่ายๆ ด้วยเพราะพื้นดินไม่ได้แน่นเป็นคล้ายๆ กับกรวด แต่ว่ามันคือหินภูเขาไฟน่ะค่ะ ถ้าล้มเข่าลงก็เป็นเเผลเลยค่ะ เพราะว่าลื่นไถลมาแล้ว เข่าลงจึกเดียวตอนแรกคิดว่าไม่เป็นแผลอะไร เดินๆ ไปรู้สึกแสบ สุดท้ายมาดูเป็นแผลเลือดออกเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อ
เส้นทางการเดินลงค่ะ ที่เห็นนี้ยังไม่ยากเท่าไหร่นะคะ พอเดินลงไปเรื่อยๆ ทางจะเริ่มชันขึ้นค่ะ แต่ว่าถ้าให้เลือกระหว่าขึ้นกับลงของเลือกลงดีกว่านะคะ เพราะขึ้นนั้นยากจริงๆ ค่ะ
ภาพถ่ายตอนลงมาค่ะ เห็นเป็นทะเลเมฆ แล้วก็ทะเลสาบไม่แน่ใจว่าเป็นคาวากุชิโกะรึเปล่านะคะ คุณป้าคนญีปุ่นบอก ว่ามี 2 ทะเลสาบแต่ว่าจำไม่ได้ว่าซ้าย ขวาชื่ออะไรค่ะ แต่จำได้ว่าเป็นคาวากุชิโกะหนึ่งที่ค่ะ
ระหว่างเดินลงก็ได้มองย้อนกลับขึ้นไปก็เห็นเป็นภาพแบบนี้ล่ะค่ะ ยิ่งสูงยิ่งแทบไม่มีต้นไม้เลย
เราใช้เวลาลงประมาณ 4 ชั่วโมงนะคะ อาจจะกว่าด้วยในการกลับลงมาที่ชั้น 5 ที่ที่เราเร่ิมต้นออกเดินเท้า
พักทานอาหารกลางวัน แล้วก็เตรียมขึ้นรถกลับค่ะ
เด็กเหล่านี้ก็ร่วมปีนเขากับผู้ใหญ่นะคะ แต่ว่ามี 2 คนที่ไม่ได้ไปถึงยอดค่ะ แต่น้องๆ ก็สนุกกันนะคะ ระหว่างการเดินทางเราไม่ได้ยินเสียงของเด็กร้องไห้เลยค่ะ
แผนที่แสดงที่พักค่ะ ที่ที่เราพักคือ วงกลมไข่ปลาสีฟ้าค่ะ นอกจากจะบอกที่พักแล้วยังบอกเส้นทางด้วยนะคะ สามารถขอรับแผนที่นี้ได้จากเจ้าหน้าที่ที่ชั้น 5 ค่ะ
ขอบคุณอุปกรณ์ที่ไปด้วยกันถึง 3 ครั้ง ที่พาเราไปถึงจุดหมายถึง 2 ครั้ง
และก็ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่ไม่ทิ้งกันเป็นอันว่าจบทริปพิชิตยอดเขาฟูจิค่ะ
1. การเตรียมความพร้อมของร่างกาย ฟูจิเป็นภูเขาที่สูงถึงเเม้ว่าเราจะออกเดินทางปีนจากชั้น 5 ของภูเขาซึ่งอาจพูดได้ว่าย่นระยะทางไปได้มากจากตีนเขาแล้วก็ตามแต่ก็เป็นอะไรที่หนักหน่วงอยู่พอสมควรเพราะต้องใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง หรือไม่บางคนก็เกิน 10 ชั่วโมงค่ะขึ้นกับความพร้อมของร่างกาย
จากประสบการณ์ การปีนฟูจิครั้งแรกนั้นไม่ได้เตรียมตัวไปเลยแถมคืนก่อนไปปีนยังนอนตี 2 อีกต่างหากเลยทำให้ร่างกายไม่พร้อมอย่างรุนแรงจนทำให้เกือบเอาชีวิตกลับมาไม่รอด ตอนนั้นเข้าใจเลยว่าความรู็สึกของคนใกล้จะตายเป็นยังไง แต่ก็ไปจนถึงยอดนะคะ เพราะว่าไม่สามารถหยุดพักหรือหันหลังกลับได้แล้ว
ฉะนั้นก่อนที่จะปีนฟูจิเราควรออกกำลังกายให้พร้อมสำหรับการเดินขึ้นที่สูง ส่วนตัวแล้วเตรียมตัวโดยการวิ่งเป็นอย่างน้อยวันละ 3 กิโลเมตร เป็นเวลาหนึ่งเดือนกว่าๆ ในการเดินทางไปฟูจิครั้งที่ 2 นะคะ ส่วนครั้งที่ 3 ค่อนข้างยุ่งๆ ทำแลปเยอะไม่ค่อยมีเวลาเตรียมตัวเท่าไหร่เลยออกกำลังแบบคาร์ดิโอเพื่อให้หัวใจเเข็งแรงเพราะเราต้องปีนป่ายขึ้นที่สูงตลอดจะทำให้หัวใจเต้นแรงมากๆ ร่วมกับการวิ่ง แต่ไม่ได้วิ่งทุกวันนะคะ แค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเอง
นอกจากความเหนื่อยหอบแล้วสิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างคือ อาการป่วยเนื่องจากการขึ้นที่สูง ซึ่งอาจจะทำให้เรามีอาหารปวดหัว คลื่นไส้ และอาเจียนร่วมด้วย อันนี้ส่ิงที่อาจช่วยได้เห็นจะเป็นออกซิเจนกระป๋องค่ะ ไม่ก็ยาดมค่ะ แต่ทางที่ดีไม่ควรฝืนนะคะ ถ้าไม่ไหวก็ควรเดินลงค่ะ ในกรณีฉุกเฉินโทร 0555-24-6223
2. อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการพิชิตฟูจิ
1) กระเป๋าเป้ ถ้าเป็นแบบกันน้ำได้จะดี เพราะบางครั้งระหว่างที่ปีนอยู่อาจมีฝนตกได้ ถ้าไม่มีก็หาพลาสติกคลุมกระเป๋าได้ค่ะ
2) เสื้อ กางเกง กันฝน กันลม ถุงมือใช้ได้ทั้งกันหนาว และใช้ช่วยปีนป่าย
3) รองเท้าสำหรับปีนเขา ถ้าไม่มีก็เลือกที่คิดว่าใส่สบายที่สุดไม่แนะนำลองเท้าแตะนะคะ
4) ไม้เท้าสำหรับช่วยในการเดินทาง บางคนก็ไม่ใช้ค่ะ
5) เสื้อกันหนาวเพราะบนยอดประมาณตั้งแต่ชั้น 8 อากาศก็จะเริ่มเย็นจนถึงเลขตัวเดียวเลย มีผ้าพันคอติดไปด้วยก็ช่วยได้ค่ะ แต่เสื้อกันหนาวห้ามลืมค่ะ
6) ออกซิเจนกระป๋อง ไม่ต้องก็ได้ถ้าคิดว่าไหว
7) ยาที่จำเป็น พลาสเตอร์ยาเผื่อเป็นแผล ยาดมโป๊ยเซียนของเราก็ช่วยได้มากนะคะ
8) น้ำเปล่าขึ้นอยู่กับว่าเราดื่มมากขนาดได้ที่ผ่านมาเตรียมไป 2 ลิตรยังเกือบไม่พอ แต่ถ้าเอาไปมากก็หนักค่ะ หรือว่าถ้าไม่พอก็ซื้อข้างบนได้ค่ะ แต่ว่าจะแพง และกระท่อมที่อยู่ด้านบนอาจมีทิ้งช่วงห่างบ้างค่ะ ทางที่ดีเตรียมไปเองดีกว่าค่ะ
9) อาหาร ลูกอมและขนมที่จำเป็น ในกรณีที่ไปเองนะคะอาจจะต้องเตรียมอาหารเย็นไปเอง แต่ว่าจะไปซื้อบนกระท่อมที่เราพักได้ค่ะ แต่ระหว่างทางเราอาจจะหิวเตรียมไปเองก็ดีค่ะจะได้ทานได้ตลอด แต่ไม่แนะนำให้นำอาหารที่เค็มจัดหวานจัดนะคะเพราะจะทำให้เราดื่มน้ำมากค่ะ ทางที่ดีควรเป็นอาหารที่ให้พลังงาน อาหารที่ติดตัวไปได้ง่าย เช่น โอนิกิริ หรือ ข้าวปั้นนะคะ ขนมปัง ถ้ามีข้าวเหนี่ยวหมูปิ้งบ้านเราจะดีมากๆ เลยฮ่าๆ กล้วยหอมก็ช่วยได้มากนะคะ
10) ไฟฉาย อันนี้จำเป็นมากนะคะ เพราะเราต้องปีนตอนกลางคืนด้วย ควรจะเป็นไฟฉายที่สวมศีรษะ แบบคนส่องหากบก็ดีนคะ จะได้ไม่ต้องถือตอนปีน
11) เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน
12) แผนที่
13) เหรียญ 100 เยน เอาไว้สมทบทุนเวลาเข้าห้องน้ำ
14) ถุงขยะ เพราะข้างบนไม่มีขยะเราต้องเอาลงมาทิ้งข้างล่าง
15) ของที่จำเป็นอื่นๆ เช่น กล้องถ่ายรูป นาฬิกา
ปล. น้ำหนักกระเป๋าทางที่ดีไม่ควรเกิน 7 กิโลกรัมนะคะ
ปล. น้ำหนักกระเป๋าทางที่ดีไม่ควรเกิน 7 กิโลกรัมนะคะ
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fujisan-climb.jp/en/index.html




































































