Powered By Blogger

Thursday, 18 August 2016

การขายผักแบบญีปุ่น


เมื่อตอนที่มาถึงญี่ปุ่นใหม่ๆ แล้วไปซื้อผักตามร้านหรือซุปเปอร์ก็จะแบบงงเล็กๆ ว่าที่นี่ไม่ได้ขายผักชั่งเป็นกิโลแบบบ้านเรา แต่จะนับเป็นผลเอา เช่น แตงกวา 1 ลูก 100 เยน สาลี่ 1 ลูก 300 เยน เป็นต้น ตอนนั้นเราก็พยายามเลือกลูกที่ใหญ่ที่สุดเลยเพื่อความคุ้ม แต่ดูๆ ไปขนาดมันก็เท่าๆ กัน แต่รูปร่างอาจต่างกันไปบ้าง เหมือนในภาพด้านล่าง

แตงโมทุกลูกราคาเดียวกันหมดเลย ราคานี้ตกลูกละ 300 กว่าบาทไทยคิดหนักมากถ้าจะต้องซื้อแตงโมราคานี้
พริกขายผลละ 27 เยน ราคานี้รวมภาษีแล้ว แต่ถ้าซื้อ 4 ผลจะราคา 100 เยน

พริกปาปริก้า ผลละ 106 เยน

มะเขือม่วง แต่ละผลมีขนาดใกล้เคียงกัน แม้แต่กระเจียบเขียนก็แพคให้มีขนาดใกล้เคียงกัน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการนำเข้าผัก และผลไม้มากกว่าการผลิตในประเทศ แต่การผลิตผักและผลไม้ในประเทศจะผลิตในรูปแบบของอุตสาหการ คือ การผลิตในปริมาณมาก และมีขนาด รูปแบบเดียวกัน การผลิตผักของเกษตรกรจะผลิตตามความต้องการของผู้ซื้อสินค้าโดยบริษัทหรือผู้รับซื้อจะตกลงคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกผักหรือผลไม้ก่อนถ้าได้ตามที่ต้องการเค้าจึงรับซื้อ ดังนั้นเราก็เลยเห็นผักและผลไม้ที่มีขนาดและหน้าตาคล้ายๆ กันเต็มซุปเปอร์ไปหมด หรือถ้าเป็นกลุ่มพวกผักกินใบที่ต้องมัดเป็นกำๆ เช่น คื่นช่าย ต้นหอม เค้าก็จะจัดเป็นกำที่ขนาดเท่าๆ กันได้ ซึ่งการขายแบบนี้ก็มีข้อดีอย่างนึงเหมือนกันนะคะ สำหรับคนที่อยู่คนเดียวถ้าจะต้องซื้อผักเป็นกิโลๆ ก็คงจะเยอะเกินไป

ถึงแม้ญีปุ่นจะมีการนำเข้าผักและผลไม้ในปริมาณมาก แต่เค้าก็มีแผนอยากจะส่งออกผลไม้ไปยังประเทศต่างๆ เหมือนกัน เช่น ประเทศไทย จีน เป็นต้น แต่ในเมื่อพื้นที่การผลิตไม่มาก กำลังการผลิตก็น้อยทำยังไงล่ะถึงจะขายให้ได้กำไร ส่ิงที่เค้าคิดก็คือ การขายผลไม้ระดับพรีเมี่ยม คุณภาพสูง รับประกันความอร่อย เช่น เมล่อน องุ่นพันธุ์เคียวโฮ ที่เราเห็นตามห้างใหญ่ๆ ที่บ้านเรา ซึ่งการขายสินเค้าแบบนี้ไม่จำเป็นต้องขายปริมาณมากก็ได้ผลตอบแทนเยอะได้เช่นกัน

มะม่วงระดับพรีเมี่ยมที่มีวางขายในห้างราคาลูกละ 7,800 เยน หรือประมาณเกือบๆ 3,000 บาท
แม้แต่องุ่นด้านบนก็ตกกล่องละเกือบ 10,000 เยน

นี่ก็เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ในการพยายามทำธุรกิจของญี่ปุ่นอาจจะพอเป็นประโยชน์บ้างนะคะ


Wednesday, 4 May 2016

ชมดอกวิสทีเรียที่สวนอะชิคากะ จ.โทชิกิ (Wisteria flower at Ashikaga park, Tochigi, Japan)

ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคมช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกวิสทีเรียกำลังออกดอกสวยงาม ซึ่งคนญีปุ่นส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบการดูดอกไม้ รวมถึงชาวต่างชาติอย่างเราก็อดไม่ได้ที่จะไปชมความงามที่สวน Ashikaga flower park การเดินทางก็ไม่ยากนั่งรถไปลงที่สถานี โทมิตะ (Tomita)  แล้วก็เดินต่อไปสัก 10 กว่านาที ช่วงที่ไปก็เป็นช่วงดูดอกไม้พอดีก็เดินๆ ตามเค้าไปค่ะ หรือไม่ก็ศึกษาได้จากลิงค์นี้นะคะ https://www.ashikaga.co.jp/fujinohana_special2015_thailand.html เรามาดูรูปดอกวิสทีเรียกันเลยค่ะ English site https://www.ashikaga.co.jp/fujinohana_special2015_english.html













จริงๆ แล้วมีดอกสีเหลืองด้วยนะคะ แต่ว่ายังเพิ่งเริ่มบานก็เลยไมได้มีรูปสวยๆ มาให้ดู สวนอะชิคากะนี้ไม่ได้มีแค่ดอกวิสทีเรียนะคะ เค้ายังมีดอกไม้ชนิดอื่นๆ อีกด้วย เช่น กุหลาบพันปี กุหลาบ บัว และอื่นๆ นะคะ ซึ่งเราสามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปีตามฤดูกาลเลยค่ะ แต่ว่าเมืองอะชิคากะนี้ไมได้มีแค่สวนดอกไม้แต่ยังมีสถานที่อื่นให้เราได้ไปเยือนด้วย แต่ว่าสำหรับโพสนี้ขอเป็นดอกไม้อย่างเดียวก่อนนะคะ

Thursday, 7 January 2016

หนีหนาวไปเจอหนาวกว่าที่ชินโฮตากะ โรปเวย์ ทากายามะ (Shinhotaka ropeway, Japan)

ช่วงหยุดปีใหม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ทาคายามะ แต่ว่าไม่ใช่ที่ชิรากะว่าโกะนะคะ แต่เป็นที่ชินโฮตากะโรปเวย์ เราเดินทางจากโตเกียวไปที่เมืองทาคายะมะเป็นเวลา 5 ชั่วโมงโดยรถบัส พอไปถึงก็ติดต่อเรื่องตั๋วเพื่อเดินทางไปที่ชินโฮตากะ ตั๋วที่เราซื้อเจ้าหน้าที่เเนะนำให้ซื้อเป็นแพคเกจ 6,690 เยน เป็นตั๋ว 3 วัน สำหรับขึ้น Nohi bus คือ ค่ารถไปกลับ ค่าขึ้นโรปเวย์ทั้งสองชั้น ออนเซนที่ฮิรายุ และมีขนมกับน้ำชาให้ด้วย

จากนั้นเราก็ออกเดินทางกันไปใช้เวลาประมาณหนึ่งขั่วโมงครึ่ง แล้วก็ลงรถเอาหางตั๋วไปเปลี่ยนเป็นบัตรสำหรับขึ้นโรปเวย์ เราเดินขึ้นโรปเวย์ไป 2 ชั้นเพื่อไปที่ยอดเขาเพื่อสัมผัสกับหิมะ แต่ด้วยความรีบร้อนเลยลืมถ่ายรูปเลยได้แต่บรรยากาศด้านบนค่ะ มาชมกันเลยนะคะ
อันนี้เป็นภาพแรกที่เห็น

ระหว่างทางเดินไปขึ้นกระเช้าที่สอง

 


ระหว่างทางลงมองย้อนขึ้นไปที่ยอดเขา ระหว่างทางขึ้นแอบน่ากลัวเล็กน้อยเพราะมีช่วงที่ผ่านเสาเหมือนกระเช้ามันยวบลงเล็กน้อย ทำให้ทุกคนในกระเช้าร้องพร้อมกัน เป็นสีสันของการเดินทาง ฮ่าาาา

กระเช้าที่เราขึ้นช่วงที่สองหน้าตาเป็นแบบนี้

ชั้นที่เราไปต่อกระเช้าเค้าก็มีนิทรรศการให้ดูว่ามีพืชอะไร สัตว์อะไรที่พบบนเขานี้บ้างค่ะ

แล้วก็นั่งรถกลับค่ะ ต่อจากนั้นเราก็ไปออนเซ็น พร้อมรับขนมที่ ฮิรายุ จากนั้นก็นั่งรถกลับมาที่ทาคายามะ ค่ะ เป็นอันจบทริปที่ชินโฮตากะ